ที่มาและความสำคัญ
ประเทศไทยมีแนวปะการังรวมทั้งสิ้น 149,025 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ฝั่งทะเลอ่าวไทย 11 จังหวัด รวม 75,660 ไร่ และฝั่งทะเลอันดามัน 6 จังหวัด 73,365 ไร่1 ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หลบภัย เลี้ยงตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน และสิ่งมีชีวิตนานาชนิด นอกจากนี้ ความงดงามของสีสันและโครงสร้างแนวปะการังที่แผ่ยาวขยายออกไปก็ยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและเทศได้เข้ามาชื่นชมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ก่อให้เกิดการสร้างอาชีพมากมายและนำมาซึ่งรายได้สู่คนในท้องถิ่นและประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ แนวปะการังในบางพื้นที่เริ่มมีสภาพเสื่อมโทรมลงซึ่งเป็นผลกระทบทั้งโดยธรรมชาติ เช่น ภาวะ โลกร้อน, พายุ หรือ โรคระบาดแถบสีเหลือง เป็นต้น และเป็นผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การทิ้งขยะลงทะเล, การทำประมงที่ผิดวิธี, การเหยียบหรือทำลายปะการังให้แตกหักเสียหายขณะดำน้ำ เป็นต้น ดังนั้นการฟื้นฟูปะการังให้กลับมามีสภาพที่อุดมสมบูรณ์จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน
บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คลอร์-อัลคาไลและไบโอเคมิคอลชั้นนำ ที่มีความมุ่งมั่นต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนนั้น ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงก่อตั้งมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ โดยความอุปถัมภ์ของบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ขึ้นในปี 2547 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นมูลนิธิรักษ์ปะการัง โดยความอุปถัมภ์ของ บมจ.เอจีซี วีนิไทย เพื่อดำเนินภารกิจในการฟื้นฟูปะการัง